Explore the Exclusive Experience

การเดินทาง ให้อะไรได้มากกว่าแค่การไปถึงเพราะจุดมุ่งหมายในการเดินทางและเพื่อนร่วมทาง สำคัญไม่น้อยไปกว่าจุดหมายปลายทาง เราจึงสร้างสรรค์ทริป ออกแบบเส้นทาง เพื่อตอบโจทย์การเดินทางแบบเฉพาะเจาะจงดึงดูดเพื่อนร่วมทางที่สนใจในสิ่งเดียวกัน ไปใช้ชีวิต สัมผัสประสบการณ์พิเศษ สำรวจโลกในแบบที่คุณต้องการ

  • รีเซ็ต

3 วัน 2 คืน

เริ่มต้นที่ 14,699 ฿

เที่ยวน่าน ไม่ง้อหนาว

ไหว้ไปเที่ยวไป อิ่มบุญเพลินใจ น่านไงเส้นทางแห่งความสุข ชมธรรมชาติบำบัดใจ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ฝนนี้เที่ยวน่านกัน

2026

3 วัน 2 คืน

เริ่มต้นที่ 17,900 ฿

เชียงตุง

หนองตุง พระชี้นิ้ว พระธาตุจอมคำ

2026

12 วัน 8 คืน

เริ่มต้นที่ 139,900 ฿

Cuba

The Hidden Gem of Caribbean

2026

10 วัน 8 คืน

เริ่มต้นที่ 109,900 ฿

Greece

Greek Islands

Athens - Crete - Rhodes

2026

9 วัน 8 คืน

เริ่มต้นที่ 85,900 ฿

Uzbekistan

Tashkent - Khiva - Bukhara - Shakhrisabz - Samarkand

2026

9 วัน 7 คืน

เริ่มต้นที่ 83,900 ฿

South India

ตามรอยต้นกำเนิดรามเกียรติ์ไทย

2026

6 วัน 4 คืน

เริ่มต้นที่ 61,500 ฿

Japan

ชมทะเลแดนปลาดิบ ณ โอซาก้า วาคายาม่า นาโกย่า

2026

9 วัน 7 คืน

เริ่มต้นที่ 99,000 ฿

Aurora of Russia

แสงเหนือ ลมหนาว ดวงดาว พระราชวัง

ล่าแสงเหนือ ท้าลมหนาว มูรมันสก์ - มอสโก

2026

Private Tour

รับจัดทัวร์เฉพาะกลุ่ม ทีมงานเวิลด์ เอ็กซ์พลอเรอร์ มีความเชี่ยวชาญในการทำทัวร์หมู่คณะ (Incentive Tour) แก่หน่วยงานราชการและเอกชน ด้วยมาตรฐานการบริการระดับสูง พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยทีมงานมากประสบการณ์

Reviews

“ทริป 120 สยาม-รัสเซีย จัดได้ดีมากค่ะ อาหารดี ที่พักดี ดูแลดี วิทยากรดีให้ความรู้ประวัติศาสตร์ได้น่าสนใจ ไกด์เก่งทั้งไทยและไกด์ท้องถิ่น เป็นทริปที่สนุกมากๆ ค่ะ ประทับใจ”

Sireerat Behihi

"ทริปแปลกใหม่ดีค่ะ ไม่ mass บริการใช้ได้ แก้ปัญหาเฉพาะหน้ารวดเร็วดีค่ะ"

Chanya Udomphorn

"บริการยอดเยี่ยม ใส่ใจทุกรายละเอียดครับ"

ธีรเดช โลหะยรรยงกุล

Why Choose Us?

เที่ยวสถานที่แปลกใหม่

จากประสบการณ์กว่า 16 ปีเราค้นหา เส้นทางใหม่ทั่วทุกมุมโลกเพื่อตอบ โจทย์ความสนใจของลูกค้าที่ต่างกัน ทริบประวัติศาสตร์ ท่องธรรมชาติ และทริปอีกมากมายทที่สวยงาม แปลกตา

ทีมงานที่มีประสบการณ์

ร่วมเดินทางกับทีมงานที่มีประสบการณ์วิทยากรที่มีความรู้ เชี่ยวชาญในสถานที่นั้น

ราคาที่คุ้มค่า

ความไว้วางใจ โดยค้นหาสิ่ง ที่ดีที่สุดรวมถึงที่พัก อาหาร สถานที่เที่ยว ให้ความคุ้มค่ากับเวลาพักผ่อนของคุณ

บริการครบวงจร

รวมทีมผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการบริการ ทุกด้าน รับทำวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน จองรถ จัดทัวร์หมู่คณะ ด้วยมาตรฐาน การบริการที่เหนือใคร

โปรโมชั่น

Avatar

ชวนคุณ Stay Safe AQ Luxury hotels in Bangkok

แพ็คเกจโรงแรม Alternative Quarantine (AQ) หรือ สถานที่กักตัวทางเลือกสำหรับคนไทย ราคาเริ่มต้น 29,050 บาท/ท่าน มีอาหาร 3 มื้อ และบริการตรวจเชื้อโควิด-19 Ambassador Hotel Bangkok ร่วมกับโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล แพ็คเกจเริ่มต้น 32,460 บาท/ท่าน   จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 64 Avani Atrium Bangkok ร่วมกับโรงพยาบาลปิยะเวท  แพ็คเกจเริ่มต้น 42,300 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 64 Amaranth Suvarnabhumi Airport, BW Premier Collection by Best Western ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต  แพ็คเกจเริ่มต้น 47,900 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 30 ต.ค. 64 COMO Metropolitan Bangkok  ร่วมกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช แพ็คเกจเริ่มต้น 71,710 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 64 Clover Asoke Hotel  ร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช แพ็คเกจเริ่มต้น 36,600 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 64 Citrus Suites Sukhumvit 6 by Compass Hospitality  ร่วมกับโรงพยาบาลปิยะเวท แพ็คเกจเริ่มต้น 38,170 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 64 Centre Point Pratunam ร่วมกับโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล  แพ็คเกจเริ่มต้น 47,540 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 64 Golden Tulip Sovereign Hotel Bangkok ร่วมกับ โรงพยาบาลปิยะเวท แพ็คเกจเริ่มต้น 40,230 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 64 Holiday Inn Express Bangkok Sukhumvit 11 ร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวช แพ็คเกจเริ่มต้น 29,050 บาท/ท่าน จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค.

กิจกรรม

Avatar

26 พฤษภาคม 2561

The Explorer Club ครั้งที่ 6

World Explore ชวนท่านผู้สนใจ ร่วมกิจกรรม The Explorer Club ครั้งที่ 6 “พินิจสถาปัตยกรรมแดนมังกร สะท้อนจีนผ่านศาล บ้าน ผู้คนในชุมชนตลาดน้อย” เดินชมสถาปัตยกรรมจีนย่านตลาดน้อยที่สะท้อนภาพสังคม วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ความเชื่อของชาวจีน นำทริปบรรยายโดย อ. เจริญ ตันมหาพราน นักประวัติศาสตร์ชุมชน โปรแกรม  วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561 10.00 – 12.00 : ศาลเจ้าโรงเกือก, โซวเฮงไถ่ คฤหาสถ์จีนโบราณ 12.00 – 13.00 : รับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย 13.00 – 15.00 : ศาลเจ้าโจวซือกง, วัดอุภัยราชบำรุง ค่าใช้จ่าย  236 บาทต่อท่าน (รับจำนวนจำกัด) สอบถามเพิ่มเติมและจองทริปได้ที่ 02 631 3494 (บอส),  02 631 3470 (กิ๊ฟ) หรือแอดไลน์ที่ @worldexplorer หรือพูดคุยกับเราทางFacebook :   https://www.facebook.com/worldexplorerthailand/ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.30 – 17.30  

Avatar

17 มิถุนายน 2560

The Explorer Club ครั้งที่ 4

เราขอชวนท่านร่วมกิจกรรม The Explorer Club ครั้งที่ 4 ทริปเดิน “เยือนวังบางขุนพรหม และเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในนั้น” ชมวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และรับฟังเรื่องราวชีวิตของพระองค์ ผู้มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างสูงในยุคสมัยก่อนการปฏิวัติสยาม นอกจากนี้ ยังนำท่านกราบพระพุทธเทวราชปฏิมากร ณ วัดเทวราชกุญชร เพื่อสิริมงคลแก่ชีวิต และชื่นชมกับจิตรกรรมฝาผนังของอุโบสถ ที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ นำทริปโดย อ.ชิษณุพงศ์ ฐิตะลักขณะ ออกเดินวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.00 น. ค่าใช้จ่าย 150 บาท ต่อท่าน รับจำนวนจำกัด สอบถามรายละเอียด โทร 02 631 3401 (คิว) หรือ 02 631 3470 (กิ๊ฟ)

Avatar

19 สิงหาคม 2560

The Explorer Club ครั้งที่ 5

ขอชวนทุกท่านร่วมกิจกรรม “The Explorer Club ครั้งที่ 5” ทริปเดิน “เยือนวังปารุสกวัน กับ 120 ปี ความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย” ฟังบรรยายเรื่องราวชีวิตของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เจ้าฟ้าผู้มีความใกล้ชิดกับรัสเซียที่สุด เข้าใจถึงมูลเหตุของพระพุทธเจ้าหลวงในการส่งรัชทายาทลำดับที่ 2 ไปศึกษาต่อที่รัสเซียและอยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟ จักรพรรดิองค์สุดท้ายของรัสเซีย รวมทั้งเรื่องราวความรักของเจ้าชายจากสยามกับหญิงสาวรัสเซีย ผู้ละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อมาอยู่กับคนรัก และเดินชมตำหนักสวนจิตรลดา ภายในวังปารุสกวัน ซึ่งขณะนี้กำลังจัดแสดงนิทรรศการเรื่อง “จักรพงษ์นิทรรศน์ และร้อยปีสยามกับมหาสงครามโลก ครั้งที่ 1 “เพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย และครบรอบ 100 ปีแห่งการเข้าร่วมสงครามโลก ครั้งที่ 1 วิทยากร บรรยายและนำทริปโดย อ.ชิษณุพงศ์ ฐิตะลักขณะ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรี โปรแกรม วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 แบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบเช้า 10.00 – 12.00 น. และ รอบบ่าย 13.00-15.00 น. (รับจำนวนจำกัด รอบละ 30 ท่าน) 10.00 น.-12.00 น. หรือ 13.00-15.00 น. พร้อมกัน ณ ห้องประชุมชั้น 2 พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน ช่วงแรก : รับฟังบรรยายพระราชประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ช่วงที่สอง : เดินชมนิทรรศการ “จักรพงษ์นิทรรศน์” พร้อมฟังบรรยายโดยวิทยากร จนได้เวลาเหมาะสมจึงเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ การเดินทาง พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน ตั้งอยู่ที่ หัวมุมถนนถนนศรีอยุธยาตัดกับถนนราชดำเนินนอก ใกล้ลานพระบรมรูปทรงม้า ติดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ตรงข้ามสวนอัมพร รถประจำทางสายที่ผ่าน สาย 72 สาย 70 ปอ.503 หรือ นั่งรถไฟฟ้าลงสถานีพญาไท ลงทางออกถนนศรีอยุธยา แล้วเรียกแท๊กซี่ได้เลย (ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร) ค่าใช้จ่าย 150 บาท ต่อท่าน สามารถจองทริปได้ที่

Avatar

23 พฤศจิกายน 2561

งานฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เคนย่า

World Explorer ได้รับเชิญจาก KTC  ร่วมออกบูธในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย – เคนย่า เราจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาพบกับเราและขอเชิญร่วมฟังบรรยายพิเศษจากคุณปองพล อดิเรกสาร ในหัวข้อมุมมองใหม่แห่งการท่องเที่ยวเคนย่า วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ที่ KTC POP ชั้น B1 อาคารสมัชชาวาณิชา 2 (UBC 2) สุขุมวิท 33 ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ลงทะเบียนเข้างานกันได้ตั้งแต่ 9.30 นาฬิกานะคะ ภายในงานมีโปรโมชั่นพิเศษมากมายของเรา World Explorer อาทิ ตั๋วเครื่องบิน สายการบินเคนย่าแอร์เวย์ส (Kenya Airways) เส้นทาง ไนโรบี, โจฮันเนสเบิร์ก, เคปทาวน์, มาดากัสการ์ และ คิลิมันจาโร ไป – กลับ เริ่มต้น 23,400 บาท รวมทุกอย่างแล้ว ลด 5O% ตั๋วเครื่องบิน สายการบินเคนย่าแอร์เวย์ส (Kenya Airways) สู่แอฟริกาในเส้นทาง กรุงเทพ -ไนโรบี เดินทาง 2 ท่าน เพียง 32,500 บาท/ท่าน พิเศษ ลดเพิ่ม 5,000 บาท สำหรับ 5 คู่แรกที่ซื้อในงาน โปรแกรมทัวร์เคนย่าซาฟารีราคาพิเศษราคาเริ่มต้น 66,500 บาท* เดินทาง 1-6 ก.พ. 2561  Download Program :https://goo.gl/GdZeHS โปรแกรมพิเศษเดินทางร่วมไปกับ คุณปองพล อดิเรกสาร เพียงคณะเดียว เดินทาง 29 ก.ค. – 5 ส.ค. 61 (ช่วง High season, ดูสัตว์อพยพเป็นล้านตัว) Download Program : https://goo.gl/wyje3X สอบถามรายละเอียดทัวร์/แพ็กเกจท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ บริษัท World Explorer Co.ltd โทร. 02 631 3540 , 02 631 3424

บทความ

สไนเปอร์มือหนึ่ง วีรบุรุษแห่งสหภาพโซเวียต

,

วาซิลี่ ไซเซฟ วีรบุรุษแห่งสหภาพโซเวียต สไนเปอร์มือหนึ่งผู้กู้ขวัญและกำลังใจให้รัสเซียยามยาก ร้อยเอก วาซิลี่ กรีโกริเยวิช ไซเซฟ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Enemy At The Gate ที่ Jude Law แสดงนำก็คงจะร้องอ๋ออออออ วาซิลี่หรือชื่อเล่น วาเซีย เกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1915 ณ มณฑลเทศาภิบาลโอเรนบูร์ก ปัจจุบันคือจังหวัดเชเลียบินสก์ ภูมิภาคเทือกเขาอูราล ในวัยเด็ก วาเซีย ได้รับการฝึกฝนการยิงอย่างแม่นยำจากคุณปู่และพี่ชายด้วยการล่าหมาป่าและกวาง โดยในวัยเพียง 12 ปี วาเซียก็สามารถคว้าถ้วยรางวัลจากการแข่งแม่นปืนกลับบ้านไปได้ เมื่อถึงวัยเกณฑ์ทหาร วาเซียถูกส่งไปประจำการเป็นทหารเรือ ณ กองเรือแปซิฟิก วลาดิวอสต็อกในภาคตะวันออกไกล เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นและเยอรมันได้รุกรานสหภาพโซเวียตแบบไม่ทันตั้งตัว วาเซียพร้อมเพื่อนๆอาสาให้ถูกส่งไปยังแนวหน้าในสตาลินกราดซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองอุตสาหกรรมหลัก เมืองถูกตั้งชื่อตามผู้นำในสมัยนั้นคือ โยซิฟ สตาลิน และในสมัยนั้น สตาลินหวังสร้างเมืองสตาลินกราดให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหญ่ระดับโลกให้สมกับที่มีการนำชื่อของท่านมาเป็นชื่อเมือง ข้างฝ่ายฮิตเลอร์ที่ตอนแรกยกทัพมาหวังบุกกรุงมอสโก หลังบุกไม่ได้ ก็หาทางถล่มกล่องดวงใจของสตาลินให้ย่อยยับในช่วงปี 1942 – 1943 ด้วยการถล่มสตาลินกราดให้กลายเป็นผุยผงเพื่อระบายความแค้นและหาทางเจาะเข้าสู่แหล่งน้ำมันในเชชเนียและอาเซอร์ไบจาน ข้างฝ่ายสตาลินก็จำเป็นอยู่เองที่ต้องปกป้องเมืองที่มีชื่อของเขาประดับหราอยู่ทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้เสียหน้าประชาชนชาวโลก ในยามที่โซเวียตกำลังยากลำบาก สตาลินกราดยังลูกผีลูกคน ต่างฝ่ายต่างผลัดกันยึดครองและใช้อาวุธทุกอย่างที่มี่ถล่มอีกฝ่ายให้พินาศย่อยยับมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่แม้ว่าการศึกจะดำเนินไปเพียง 200 วัน แต่ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายไปราว 2 ล้านคน ถือเป็นการศึกที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์โลกอีกเหตุการณ์หนึ่ง วาเซียได้สร้างชื่อจากการสังหารทหารเยอรมัน และเทคนิคการล่าศัตรูแบบไม่เหมือนใคร ทั้งซ่อนตัวอยู่ในท่อ หรือ ดักรอศัตรูโดยไม่ย้ายที่เป็นวันๆ รวมทั้งสิ้น 225 คน ด้วยปืนซุ่มยิง Mosin-Nagant ทางการโซเวียตได้ประกาศยกย่องและประโคมข่าววีรบุรุษจากเทือกเขาอูราลผู้นี้ให้ชาวโซเวียตรู้จักและเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับศัตรูจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว  ก่อนศึกสตาลินกราดสิ้นสุดลงเพียงไม่กี่วัน ไซเซฟได้รับบาดเจ็บจากลูกระเบิดปืนครกที่ตกใส่ ต้องทำการรักษาดวงตาอย่างเร่งด่วน ในปีเดียวกันวาเซียได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์และหลังจากหายจากการบาดเจ็บได้อาสาไปทำการรบสมรภูมิที่เยอรมันจนกระทั่งได้เลื่อนยศเป็นร้อยเอก หลังสงคราม วาเซียได้ย้ายไปอยู่ที่เคียฟ ศึกษาต่อด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอจนเป็นวิศวกรสิ่งทอ ไต่เต้าจนกระทั่งได้เป็นผู้อำนวยการโรงงานสิ่งทอที่เคียฟ หลังจากเกษียณอายุ วาเซียก็ยังคงอยู่ที่เคียฟจนกระทั่งถึงแก่กรรมในวัย 76 ปี ในวันที่ 15 ธันวาคม 1991 เพียงสิบวันก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย  ในวันที่ 31 ม.ค. 2006 หรือราว 15 ปีต่อมา ร่างของวาเซียถูกย้ายกลับมาฝั่งบริเวณอนุสาวรียแม่แห่งรัสเซีย ณ เมืองโวลโกกราด (ชื่อใหม่ของสตาลินกราด) ร่วมกับวีรบุรุษแห่งสตาลินกราดคนอื่นๆอย่างสมเกียรติ ส่วนเมืองสตาลินกราดนั้นถูกทำลายพินาศโดยสิ้นเชิงจากการศึกที่หนักหน่วง จนต้องเริ่มสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ในปี 1946 กว่าจะได้ฟื้นคืนความเป็นเมืองอุตสาหกรรมดังเดิมก็ใช้เวลาอยู่หลายปี จนกระทั่งเข้าสู่ยุคผู้นำ นายนิกิต้า ครุสชอฟ ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเมืองจากสตาลินกราดเป็นโวลโกกราดที่หมายถึงเมืองแห่งแม่น้ำโวลก้าในปี 1961 อันเนื่องมาจากนโยบายล้างบางความเป็นสตาลิน แลนด์มาร์กของโวลโกกราดที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คืออนุสาวรีย์แม่แห่งรัสเซียเพื่อรำลึกถึงลูกๆชาวรัสเซียที่สละชีพเพื่อชาติ เพื่อปกป้องบ้านเกิดของตัวเองนั่นเอง การก่อสร้างคุณแม่เริ่มในปี 1959 และเมื่อปี

9+1สิ่งน่ารู้ของพระราชวังลิวาเดียแห่งไครเมีย

ไครเมียเป็นภูมิภาคตากอากาศที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย โดยเป็นคาบสมุทรทางตอนใต้ยื่นไปในทะเลดำ มีอากาศอบอุ่นทั้งปี จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นอกจากคนรัสเซียธรรมดาๆ จะไปพักผ่อนที่ไครเมียแล้ว บรรดาเหล่าผู้ปกครองชาวรัสเซียก็นิยมไปสร้างที่พักตากอากาศถาวร ณ ภูมิภาคนี้ด้วย พระราชวังลิวาเดียเป็นหนึ่งในนั้น โดยพระราชวังลิวาเดียถือเป็นบ้านพักตากอากาศที่สำคัญที่สุดของราชวงศ์โรมานอฟ และเป็นพระราชวังสุดท้ายที่ราชวงศ์โรมานอฟสร้างขึ้น และแม้จะหมดอำนาจไปในเวลาต่อมา สถานที่แห่งนี้ยังกลายเป็นที่พักตากอากาศของผู้ปกครองในยุคสหภาพโซเวียตต่อมาอีกด้วย แล้ว 9 ข้อ + 1 ของพระราชวังลิวาเดียน่ารู้ยังไง …… 1) ลิวาเดียเป็นพระราชฐานตากอากาศของราชวงศ์ พระราชวังลิวาเดียตั้งอยู่ทางตอนใต้ของไครเมีย ไม่ไกลจากตัวเมืองยัลตาอันเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของ ชาวรัสเซียทั่วๆไป สภาพอากาศในเขตนี้ได้ชื่อเป็นแหล่งพักฟื้นและเป็นแหล่ง พักผ่อนที่สำคัญของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีการสร้างทางรถไฟในศตวรรษที่  19 ในปี 1861 พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 (Alexander II) ทรงซื้อที่ดินในตำบลลิวาเดียและสร้างพระราชวังขึ้นมาแห่งหนึ่งเพื่อเป็นของกำนัลแก่พระมเหสีและจากนั้นไม่นานก็สร้างพระราชวังน้อยพระราชทานแก่ซาเรวิชอเล็กซานเดอร์ (Tsarevich Alexander) ผู้ที่จะขึ้นครองราชย์และจะเป็นผู้ที่เสด็จแปรพระราชฐานมาที่นี่บ่อยครั้งและสวรรคต ณ ที่นี่เช่นกัน ณ โบสถ์กางเขนศักดิ์สิทธิ์แห่งลิวาเดีย (Church of the Holy Cross) นี่เองที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (Nicholas II) ทำการขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดาและที่โบสถ์แห่งเดียวกันนี้เจ้าหญิงอาลิกซ์แห่งเฮสส์ (Princess Alix of Hesse and by Rhine) ได้ทรงทำพิธีเปลี่ยนศาสนาเป็นรัสเชียนออร์โธด็อกซ์และได้รับพระนามใหม่เป็นอเล็กซานดร้า เฟโอโดรอฟนา (Alexandra Feodorovna) ผู้เป็นซารีนาในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 2) ลิวาเดียเป็น “ดาช่า” ที่แพงที่สุดของราชวงศ์โรมานอฟ ตามพระราชประสงค์ในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ที่ทรงให้ทุบพระราชวังลิวาเดียเดิมทิ้งและสร้างพระราชวังใหม่ให้โอ่อ่าใหญ่โตกว่าองค์เดิมซึ่งพระราชวังใหม่นี้ก็ยังอยู่มาจนทุกวันนี้ พระเจ้าซาร์ทรงใช้ทุนหลายล้านรูเบิลทองคำในการก่อสร้าง มีการวางศิลาฤกษ์ในปี 1910และแล้วเสร็จหลังจากนั้นเพียง 17 เดือน 3) ลิวาเดียเป็นพระราชฐานสำหรับการผ่อนคลายและนันทนาการ พระราชวงศ์มักเสด็จแปรพระราชฐานไปยังลิวาเดียเป็นประจำในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง โดยเสด็จโดยรถไฟพระที่นั่งจากเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กไปยังเซวาสโตปอลและเสด็จต่อโดยเรือพระที่นั่งไปยังท่าเรือยัลต้าพร้อมขบวนรับเสด็จที่ใหญ่โตสมพระเกียรติ พระเจ้าซาร์ พระราชินีซารีนาและบรรดาพระธิดาและโอรสจะทรงพระเกษมสำราญกับการสูดอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่น ว่ายน้ำ อาบแดด ล่าสัตว์หรือขับรถเล่นในระหว่างการแปรพระราชฐาน นอกจากนี้ยังทรงโปรดเทนนิสและการถ่ายภาพซึ่งภาพถ่ายบางส่วนยังคงตกทอดมาถึงปัจจุบัน พระราชวงศ์เสด็จมายังลิวาเดียครั้งสุดท้ายในฤดูใบไม้ผลิในปี 1914 ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 1 จะปะทุขึ้นและตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างฉับพลันในปี 1917 4) ลิวาเดียถูกออกแบบโดยนิโคลัย คราสนอฟ สถาปนิกหลวงหนุ่มไฟแรง พระราชวังลิวาเดียได้รับการออกแบบโดยนิโคลัย คราสนอฟ สถาปนิกหลวงผู้มีพื้นเพจากครอบครัวชาวนา ขณะที่เขาอายุเพียง 24 ปีก็ได้รับพระราชบัญชาจากวังหลวงให้เป็นหัวหน้าคณะสถาปนิกให้ออกแบบตึกรามบ้านช่องในเมืองยัลตา อาคารที่สำคัญๆมากกว่า 60 แห่งถูกออกแบบโดยคราสนอฟ หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 1917 คราสนอฟลี้ภัยไปยังนครคอนสแตนติโนเปิล มอลตา และกรุงเบลเกรดตามลำดับ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ คาราโชเชวิช (Alexander Karajorjevich) แห่งยูโกสลาเวียทรงแต่งตั้งเป็นสถาปนิกหลวงและรับพระบัญชาให้ออกแบบพระราชวังหลายแห่งของยูโกสลาเวีย โดยหนึ่งในนั้นเป็นพระราชวังแห่งเดดิน (Dedin) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์

ครบรอบ 870 ปี การก่อตั้งนครมอสโก

, ,

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 กันยายน) รัสเซีย มีการจัดงานใหญ่ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 870 ปี ของการก่อตั้งนครมอสโก โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายในหลายๆ จุดของมอสโก ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งได้เข้าร่วมในงานคอนเสิร์ตการกุศลที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครั้งนี้บริเวณจัตุรัสแดง ได้กล่าวถึงการเฉลิมฉลองครั้งนี้ รวมทั้งการก่อสร้างและปรับปรุ่งเมืองในหลายๆ ส่วน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวเมืองมอสโก ปัจจุบัน มอสโกเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในรัสเซีย และเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ด้วยจำนวนประชากร 12 ล้านคน แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ มอสโก ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งดีและร้านมามากมาย ลองมาย้อนเวลา ทำความรู้จักกับมอสโก เมืองหลวงเก่าและเมืองหลวงปัจจุบันของรัสเซียกันดีกว่า “Come to me, Brother, to Moscow” คือข้อความที่เจ้าชาย ยูริ โดลกอรูกี้ (Yuri Dolgorukiy) เขียนถึงเจ้าชายสวิยโตสลาฟ โอลกาวิช (Sviatoslav Olgovich) ผู้เป็นพระญาติและพันธมิตรในปี ค.ศ.1147 ซึ่งเป็นข้อความแรกที่มีการบันทึกถึงเมืองมอสโก ต่อมาในปี ค.ศ. 1156 เจ้าชายยูริ ได้สร้างป้อมปราการจากไม้ในจุดที่เป็นพระราชวังเครมลินทุกวันนี้ จึงถูกยกให้เป็นเสมือนผู้ก่อตั้งมอสโก แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว บริเวณนี้จะมีผู้คนอาศัยมาอยู่ก่อนบ้างแล้วก็ตาม มอสโก เมื่อครั้งนั้น ยังเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ก่อนที่ต่อมาจะเริ่มพัฒนากลายมาเป็นเมืองสำคัญทางการค้า ในยุคของดมิทรี ดอนสกอย (Dmitry Donskoi) ได้มีการใช้หินปูนขาวในการสร้างกำแพง ทำให้มอสโกเคยมีชื่อรองว่าเมืองหินขาว (Belokamennaya) กาลเวลาล่วงเลยไป หินปูนขาวเริ่มแตกร้าว สมัยพระเจ้าอีวานที่ 3 มหาราช จึงได้ปรับปรุงเครมลินอีกครั้ง โดยใช้สถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นผู้ควบคุมการสร้าง เครมลินรอบนี้ ใช้อิฐสีแดงในการสร้างกำแพง ซึ่งก็คือสีที่เราคุ้นตากับเครมลินในทุกวันนี้ จนถึงสมัยของซาร์อีวานที่ 4 ผู้โหดเหี้ยม พระองค์ได้ใช้ชื่อ “ซาร์” เพื่อเป็นการอ้างถึงคำว่า ซีซาร์ หรือจักพรรดิ และแสดงตัวว่าเป็นผู้สืบทอดอาณาจักรโรมที่ 3 ต่อจากกรุงคอนแสตนติโนเปิลที่ล่มสลายลงไป  ในสมัยของพระองค์มีการสร้างวิหารเซนต์บาซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของรัสเซีย วิหารนี้สร้างขึ้นเพื่อฉลองการเอาชนะข่านแห่งคาซานและขยายอาณาเขตไปยังฝั่งตะวันออก ในศตวรรษที่ 17 ช่วงยุคสมัยแห่งความวุ่นวาย มอสโกถูกยึดโดยพวกโปแลนด์ จนกระทั่งคุซมา มินินและ ตมิทรี โปซาร์สกี้ รวบรวมกำลังคนปลดปล่อยเมืองจากพวกโปแลนด์ได้ (อนุเสาวรีย์ของทั้ง 2 ท่าน อยู่ที่หน้าวิหารเซนต์บาซิล) หลังจากนั้น คือ การก้าวสู่อำนาจของ มิคาอิล โรมานอฟ ในปี 1613 อันเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์โรมานอฟ ในการปกครองรัสเซียมาอีกกว่า 300 ปี พระเจ้าปีเตอร์มหาราช ได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปี

4 ซาร์แห่งโรมานอฟ
ผู้ถูกปลิดชีพอย่างทารุณก่อนการปฏิวัติปี 1917

, ,

พระเจ้าซาร์ของรัสเซีย คือผู้มีอำนาจสูงสุดของจักรวรรดิรัสเซีย แต่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 300 ปี ของราชวงศ์โรมานอฟ มีพระเจ้าซาร์หลายพระองค์ที่ประสบชะตากรรมที่ร้ายแรง และอย่างที่เราทราบกันดี คือ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ที่ต้องเสด็จสวรรคตพร้อมครอบครัวโรมานอฟในปี 1918 จากการถูกสังหารหมู่ที่เมืองเยคาเตรินเบิร์ก แต่ก่อนหน้านี้ ยังมีพระเจ้าซาร์อีก 4 พระองค์ ที่ต้องเสด็จสวรรคตอย่างน่าเศร้า ลองมาชมกันว่า มีพระองค์ไหนบ้าง และสาเหตุคืออะไรกัน 1.  พระเจ้าซาร์อิวานที่ 6 (Ivan VI Antonovich of Russia) ซาร์อิวานที่ 6 หรือ อิวาน อันโตโนวิช (1740-1764) ประสูติมาในช่วงเวลาที่เรียกกันว่ายุคแห่งการยึดอำนาจวังหลวงในช่วงศตวรรษที่ 18 เมื่อผู้ปกครองผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันครองอำนาจอย่างรวดเร็วฉับพลันจากอิทธิพลของขุนนางในราชสำนัก พระองค์ถูกสถาปนาให้เป็นซาร์ตอนพระชนมายุเพียง 2 เดือน สืบทอดต่อจากพระนางอันนา อิวานอฟนาในปี 1740 ในอีก 2 เดือนต่อมาฝ่ายขุนนางผู้สนับสนุนซาร์อิวานที่ 6 ก็พ่ายแพ้แก่ฝ่ายตรงข้าม พระเจ้าซาร์อิวานที่ 6 ที่ยังไม่ทันได้เดินเตาะแตะก็ถูกคุมขังไปด้วย พระองค์ถูกคุมขังในปราสาทที่ห่างไกลและตัดขาดจากการติดต่อกับผู้คนโดยสิ้นเชิงในตลอดวัยพระเยาว์  ในปี1764 ทหารกลุ่มหนึ่งพยายามยึดอำนาจและปล่อยพระองค์ให้เป็นอิสระ แต่สุดท้ายอิวานที่ 6 ผู้น่าสงสารก็ถูกผู้คุมแทงจนสิ้นพระชนม์ เพื่อไม่ให้ฝ่ายผู้ก่อการชิงตัวไปได้ สิริพระชนมายุรวม 23 พรรษา ปิดฉากพระชนม์ชีพที่น่าเศร้า 2.  พระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 3 (Peter III of Russia) ซาร์ปีเตอร์ที่ 3 (1728 – 1762) ผู้ประสูติในชาติกำเนิดเป็นเจ้าชายเยอรมัน มีพระนาม คาร์ล ปีเตอร์ อุลริช ทรงเป็นหลานตาของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เมื่อพระนางเอลิซาเบ็ธที่ 1 สมเด็จป้าสวรรคตจึงขึ้นครองบัลลังก์สืบเป็นพระเจ้าปีเตอร์ที่ 3  พระองค์ครองบัลลังก์ได้เพียง 6 เดือนก็ถูกยึดอำนาจโดยทหารรักษาพระองค์ โดยเฉพาะอเล็กเซย์ ออร์ลอฟ ภายใต้การขยิบพระเนตรของพระนางแคเทอรีน ชาวเยอรมัน พระมเหสี เนื่องจากพระองค์ดำเนินนโยบายที่นิยมปรัสเซียมากเกินและกำลังจะก่อสงครามกับเดนมาร์กโดยพลการ พระนางแคทเทอรีนพระมหสีขึ้นครองอำนาจสืบต่อเป็นซารีนาแคทเทอรีนที่ 2 ในขณะที่อดีตซาร์ปีเตอร์ที่ 3 ถูกคุมขัง ณ พระราชวัง ณ เมือง Ropsha ก่อนจะสิ้นพระชนม์ใน 1 สัปดาห์ต่อมาโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด สิริพระชนมายุรวม 34 พรรษา บ้างก็ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์โดยบังเอิญในขณะที่ต่อสู้ในที่คุมขังด้วยเหตุบันดาลโทสะ บ้างก็ว่าออร์ลอฟเป็นผู้ลงมือภายใต้ความเห็นชอบของซารีนาแคทเทอรีนที่ 2 นั่นเอง 3. พระเจ้าซาร์ปอล (ปาเวล) ที่ 1 (Paul I of Russia)